ข้อมูลบรรณานุกรม  #8590198    

ความนิยม
ประเภทวัสดุ หนังสือ
Local Call #วพ 371.201 ร191น 2558
ผู้แต่งนภัสมน นันทมัจฉา.
ชื่อเรื่องรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาระดับมัธยมศึกษาภายใต้กรอบปฏิญญาอาเซียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน = Causal relationship model of the desirable competencies of school administrators affecting secondary educational management under the ASEAN declaration of Schools Under Office of Basic Education Commission / นภัสมน นันทมัจฉา
พิมพลักษณ์ 2558
หมายเหตุฉบับพิมพ์อัดสำเนา
 วิทยานิพนธ์ (ค.ด.(บริหารการศึกษา))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2558
เนื้อหาแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบ -- แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสมรรถนะ -- ประชาคมอาเซียน -- สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและการบริหารจัดการศึกษา
สรุปการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาระดับมัธยมศึกษาภายใต้กรอบปฏิญญาอาเซียนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาระดับมัธยมศึกษาภายใต้กรอบปฏิญญาอาเซียน และ 3) เพื่อตรวจสอบรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุดังกล่าว ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี แบ่งขั้นตอนการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ผู้วิจัยวิเคราะห์ สังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นำไปสร้างแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษาด้านนโยบาย นักวิชาการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ และตรวจสอบความสอดคล้องและความเป็นไปได้ของรูปแบบสมมุติฐาน นำข้อมูลจาก การวิจัยระยะที่ 1 มายกร่างรูปแบบสมมติฐาน จัดสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยผู้บริหารการศึกษาด้านนโยบาย นักวิชาการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนากลุ่มด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 3 ตรวจสอบรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามชนิดประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.87 ประชากรคือ ผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ จำนวน 2,361 คน ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 580 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบสัดส่วน (1 หน่วยพารามิเตอร์ต่อ 20 ตัวอย่าง) ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบ ความกลมกลืนของรูปแบบ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์รูปแบบความสัมพันธ์ของสมการโครงสร้างด้วยโปรแกรมการวิเคราะห์ทางสถิติ และใช้เทคนิคการประมาณค่าพารามิเตอร์วิธีไลค์ลิฮูดสูงสุดผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาประกอบด้วย 10 สมรรถนะ เรียงลำดับจากสูงสุดไปต่ำสุดตามลำดับ ได้แก่ สมรรถนะ ด้านการสื่อสารและการจูงใจ ด้านการมีวิสัยทัศน์ ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ด้านการทำงานเป็นทีม ด้านการพัฒนาตนเอง ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ด้านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้านการใช้ภาษาและเทคโนโลยี และด้านการบริการที่ดี 2) รูปแบบความสัมพันธ์ เชิงสาเหตุของสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาระดับมัธยมภายใต้กรอบปฏิญญาอาเซียนที่พัฒนาขึ้น มีลักษณะเป็นโครงสร้างของความสัมพันธ์เชิงสาเหตุประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 สมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร ส่วนที่ 2 การบริหารจัดการการศึกษาภายใต้กรอบปฏิญญาอาเซียน ส่วนที่ 3 เส้นทางการส่งผลของตัวแปรสังเกตได้ ได้รูปแบบสมมุติฐานที่ผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องและความเป็นไปได้โดยผู้ทรงคุณวุฒิ และ 3) รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของสมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาระดับมัธยมภายใต้กรอบปฏิญญาอาเซียนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์
 This research aimed to study the desirable competencies of school administrators affecting educational management under the ASEAN declaration of school under Office of Basic Education Commission in three issues: 1) to study the factors of desirable competencies of secondary school administrators 2) to develop a causal relationship model of the desirable competencies of school administrators affecting secondary educational management under the ASEAN declaration and 3) to verify the causal relationship model by using mixed method research methodology. The research was divided into 3 phases as follows: Phase 1, study the factors of desirable competencies of administrators by synthesizing related documents and research papers, then constructing a semi-structured interview questions for interviewing 5 educational experts consisted of executive educational policy administrators, educators and school administrators using purposive sampling method. Data were analyzed by content analysis. Phase 2, develop a causal relationship model by creating a hypothesis model using the data and outputs from phrase 1 to set a draft hypothesis model of desirable competencies of school administrators that affecting educational management under the ASEAN declaration. The hypothesis model was confirmed by focus group discussion method of 9 educational experts consisted of executive educational policy administrators, educators and school administrators using purposive sampling method. Data from focus group discussion were analyzed by content analysis and Phase 3, verify the causal relationship model using a 5-rating scale questionnaire with the reliability at 0.87. The population was 2,361 secondary school administrators under Office of the Basic Education Commission. The sample consisted of 580 administrators determined by using sample size proportion (1 unit of parameter per 20 samples) and using multi-stage random sampling. Statistical analysis were percentage, mean, standard deviation, Pearson's correlation coefficient, confirmatory factor analysis and the accordance of empirical data and using Structural Equation Model Analysis (SEM) to confirm the model with statistical analysis software program and using Maximum Likelihood method for parameter estimation.The findings showed as follows: 1) the desirable competencies factors of school administrators consisted of 10 competencies in the following order from the highest to the lowest: communication and motivation, vision, staff-ability development, analysis and synthesis, teamwork, self-development, achievement focus, transformational leadership, the use of languages and technology and good service. 2) The developed causal relationship model of the desirable competencies of school administrators affecting educational management under the ASEAN declaration was composed of 3 parts; Part 1, the desirable competencies, Part 2, the educational management under the ASEAN declaration and Part 3, the affecting paths of observed variables.3) The developed causal relationship model of the desirable competencies of school administrators affecting secondary educational management under the ASEAN declaration fitted the empirical data.
หัวเรื่องการบริหารการศึกษา--ไทย--วิทยานิพนธ์
 โรงเรียน--การบริหารและการจัดการ--วิทยานิพนธ์.
 นโยบายการศึกษา--ไทย--วิทยานิพนธ์.
 ผู้บริหารสถานศึกษา--การบริหาร--วิทยานิพนธ์.
 ผู้บริหารสถานศึกษา--การประเมินศักยภาพ--วิทยานิพนธ์.
 ผู้บริหารสถานศึกษา--การฝึกอบรม--วิทยานิพนธ์.
 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์--วิทยานิพนธ์.
 การทำงานเป็นทีม--วิทยานิพนธ์.
 การบริหารการเปลี่ยนแปลง--วิทยานิพนธ์
 การบริหารแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์--วิทยานิพนธ์.
ผู้แต่งเพิ่มเติมช่อเพชร เบ้าเงิน. ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
 สมบัติ คชสิทธิ์. กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
เลือกห้องสมุด :
 บาร์โค้ดเลขหมู่/เล่มที่Collectionห้องสมุดสาขาสถานที่จัดเก็บสถานะ
1000214475วพ 371.201 ร191น 2558วิทยานิพนธ์ (TH, วพ)สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิทยบริการ, ชั้น 3   อยู่บนชั้น
1000214476วพ 371.201 ร191น 2558 ฉ.2วิทยานิพนธ์ (TH, วพ)สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิทยบริการ, ชั้น 3   อยู่บนชั้น
 
เพิ่มความเห็น
ชื่อของคุณ
ความเห็น

เพิ่มบทวิเคราะห์
ชื่อของคุณ
เนื้อหา
เพิ่มรายการ
ชื่อเรื่อง
สร้างใน
เก็บในโฟลเดอร์เดียวกันทุกรายการ
สร้างโฟลเดอร์
ชื่อโฟลเดอร์
ผลลัพธ์การเพิ่มรายการ
จองทรัพยากร
สาขาที่รับ
วันที่คาดว่าจะรับ
 
ขอใช้หนังสือด่วน
เงื่อนไข
  • 1. ส่งคำขอเวลา 8.30-11.00น รับหนังสือเวลา 16.00น.
  • 2. ส่งคำขอหลังเวลา 11.00น. รับหนังสือในวันทำการถัดไป
  • 3. ส่งคำขอ วันศุกร์ช่วงบ่าย หรือ วันเสาร์-อาทิตย์ รับหนังสือวันจันทร์ 16.00น.
  • 4. ติดต่อรับหนังสือด่วนได้ที่ เคาน์เตอร์บริการยืม-คืน ชั้น 3 *ภายใน 3 วัน*
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 2352
แผนที่ตั้งทรัพยากร
ผลการทำงาน
Undefined result.
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้:
รหัสผ่าน:
ลืมรหัสผ่าน ?