ข้อมูลบรรณานุกรม  #8595848    

ความนิยม
ประเภทวัสดุ หนังสือ
ISBN9786167273174
Local Call #วจ 347.09 ก491 2553
ชื่อเรื่องการประเมินผลโครงการนำร่องเพื่อเสริมสร้างกระบวนการปฏิบัติงานและเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน (อ.ก.ช.) : รายงานการวิจัย / บรรณาธิการ นนธนวนันพ์ ตั้งตรงจิตต์
ครั้งที่พิมพ์พิมพ์ครั้งที่ 1
พิมพลักษณ์กรุงเทพฯ : สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม, 2553
บรรณานุกรมบรรณานุกรม: หน้า 194-196.
สรุปการวิจัยเรื่องการประเมินผลโครงการนำร่องเพื่อเสริมสร้างกระบวนการปฏิบัติงานและเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน (อ.ก.ช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณในการดำเนินงานโครงการนำร่องฯ ใน 5 จังหวัดนำร่องและประเมินประสิทธิผลในการดำเนินงานโครงการดังกล่าวรวมทั้งพิจารณาจากการที่ประชาชนในโครงการนำร่องได้รับผลประโยชน์จากการปฏิบัติงานของอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน (อ.ก.ช.) นอกจากนั้นได้เสนอแนวทางในการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน (อ.ก.ช.) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในท้องถิ่นได้สอดคล้องมากขึ้น รูปแบบในการวิจัยเป็นทั้งการวิจัยในเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณผลการศึกษา พบว่า (1) ปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยในศาลจังหวัดและศาลแขวงในทุกจังหวัดที่ศึกษา ส่วนใหญ่มีประสิทธิผลในระดับมาก ส่วนปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน (อ.ก.ช.) ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จซึ่งจัดว่ามีประสิทธิผลระดับมากเช่นกัน (2) การพิจารณาประสิทธิภาพในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณในการดำเนินการนั้น พบว่า ปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในศาล ช่วงปี พ.ศ. 2548 - 2549 มีอัตราส่วนปริมาณคดีลดลง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน (อ.ก.ช .) มีความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิผลในทุกจังหวัด (3) ทักษะในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของ อ.ก.ช. ความรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของ อ.ก.ช. ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ย เพิ่มขึ้นหลังจากเข้ารับการฝึกอบรมและปฏิบัติงาน (4) ความคิดเห็นของประชาชน พบว่า ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ด้านที่มากที่สุด ได้แก่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททำให้ประหยัดเวลา และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับความรู้ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านที่มากที่สุด ได้แก่ การไกล่เกลี่ย คือ การทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย 1. ด้านการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ย ควรจัดระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนให้มีลักษณะเหมือนรูปแบบของผู้ประนีประนอมประจำศาล ควรจัดโครงสร้างและระบบการบริหารงานเป็นศูนย์ประสานงานอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน ควรให้ชุมชนในแต่ละชุมชนจัดการปัญหาความขัดแย้งกันเองเสียก่อน ควรมีการจัดทำกรอบการปฏิบัติงานของ อ.ก.ช. ให้มีความชัดเจนและเป็นทางการ มีลายลักษณ์อักษรโดยต้องมีกฏหมายหรือระเบียบรองรับการทำงานของ อ.ก.ช. ทั้งในเรื่อง คุณสมบัติ ทักษะ ความรู้ความสามารถ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน การประเมินผลงานการจัดสรรงบประมาณเป็นค่าตอบแทน สวัสดิการ การสร้างแรงจูงใจ และขวัญกำลังใจ เป็นต้น 2. ด้านนโยบายสนับสนุนการปฏิบัติงาน ควรออกกฏหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของ อ.ก.ช. ควงจัดทำรายงานการติดตามผลการดำเนินงานของ อ.ก.ช. เป็นประจำทุกปี ควบคู่กับการทำรายงานงานวิจัยประเมินผลเพื่อหาแนวทางพัฒนาการปฏิบัติงานและเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน 3. ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน อ.ก.ช. ควรเร่งประชาสัมพันธ์ตนเองในเชิงรุก ควรจัดอบรมและให้ความรู้อย่างต่อเนื่องแก่ อ.ก.ช. ควรพัฒนาบทบาทของศาล ในแง่ของการเป็นผู้กำกับติดตามดูแลงานของ อ.ก.ช. มากกว่าที่จะเป็นผู้คอยควบคุมการดำเนินงานของ อ.ก.ช. ควรสร้างความสัมพันธ์อันดี และสร้างความเข้าใจ โดยการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างสำนักระงับข้อพิพาท ศาล และ อ.ก.ช. ควรจัดให้มีสถานที่เพื่อจัดตั้งสำนักงานในชุมชน พร้อมทั้งอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น 4. ด้านการสร้างเครือข่ายในชุมชน ควรประสานงานและขอความร่วมมือจากหน่วยงานในท้องถิ่น ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของ อ.ก.ช. และเข้าใจถึงประโยชน์ของ อ.ก.ช. ให้ทราบโดยทั่วกัน ควรส่งเสริมให้ อ.ก.ช. ในแต่ละจังหวัด ได้มีโอกาสพบปะ และแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ และถ่ายทอดประสบการณ์ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน 5. ด้านการพัฒนาการปฏิบัติงานด้วยหลักวิชาการ สำนักระงับข้อพิพาทและศาล ควรเร่งสร้างหน่วยงานของตนเองให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ควรส่งเสริมและใช้กระบวนการการจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) เป็นกระบวนการหลักในการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน ควรส่งเสริม และพัฒนาเทคนิควิธีการปฏิบัติงานของผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อ.ก.ช. และผู้ประนีประนอมประจำศาล ให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning) ควรเร่งจัดทำเส้นทางสายอาชีพ (Career Path) และควบคู่กับการพัฒนาสมรรถะหลัก (Competency Based Development) ให้กับ อ.ก.ช. เพื่อเป็นแนวทางสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาเป็นอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนให้มากขึ้น
หัวเรื่องการระงับข้อพิพาท (กฎหมาย)--วิจัย
 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์--ประนีประนอม--วิจัย
 การไกล่เกลี่ย--วิจัย
 อาสาสมัครในงานบริการสังคม--วิจัย
ผู้แต่งเพิ่มเติมนนธนวนันพ์ ตั้งตรงจิตต์
 สำนักงานศาลยุติธรรม.สำนักระงับข้อพิพาท
เลือกห้องสมุด :
 บาร์โค้ดเลขหมู่/เล่มที่Collectionห้องสมุดสาขาสถานที่จัดเก็บสถานะ
1000222724วจ 347.09 ก491 2553วิจัย (ไทย)สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิทยบริการ, ชั้น 3   อยู่บนชั้น
 
เพิ่มความเห็น
ชื่อของคุณ
ความเห็น

เพิ่มบทวิเคราะห์
ชื่อของคุณ
เนื้อหา
เพิ่มรายการ
ชื่อเรื่อง
สร้างใน
เก็บในโฟลเดอร์เดียวกันทุกรายการ
สร้างโฟลเดอร์
ชื่อโฟลเดอร์
ผลลัพธ์การเพิ่มรายการ
จองทรัพยากร
สาขาที่รับ
วันที่คาดว่าจะรับ
 
ขอใช้หนังสือด่วน
เงื่อนไข
  • 1. ส่งคำขอเวลา 8.30-11.00น รับหนังสือเวลา 16.00น.
  • 2. ส่งคำขอหลังเวลา 11.00น. รับหนังสือในวันทำการถัดไป
  • 3. ส่งคำขอ วันศุกร์ช่วงบ่าย หรือ วันเสาร์-อาทิตย์ รับหนังสือวันจันทร์ 16.00น.
  • 4. ติดต่อรับหนังสือด่วนได้ที่ เคาน์เตอร์บริการยืม-คืน ชั้น 3 *ภายใน 3 วัน*
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 2352
แผนที่ตั้งทรัพยากร
ผลการทำงาน
Undefined result.
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้:
รหัสผ่าน: